|
คำสั่งกระทรวงกลาโหม
( เฉพาะ ) ที่ ๓๙/๓๙ เรื่อง การพัสดุ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุของกระทรวงกลาโหม เป็นไปด้วยความเหมาะสมเรียบร้อย และสอดคล้องกับระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๘ จึงให้ปฏิบัติ ดังนี้.- ๑. ให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๘๔/๓๕ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๕ เรื่องการพัสดุ และคำสั่งกระทรวง กลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๑๒๒/๓๖ ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ เรื่อง การพัสดุ ๒. บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือคำชี้แจงอื่นใดในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในคำสั่งนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้ใช้คำสั่งนี้แทน ๓. ในคำสั่งนี้ ๓.๑
"ส่วนราชการ" หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมราชองครักษ์
กองบัญชาการทหารสูงสุด, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ หรือหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย
๔. การแต่งตั้งคณะกรรมการแต่ละคณะตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ ให้แต่งตั้งจาก ข้าราชการในระดับต่าง ๆ ดังนี้.- ๔.๑
คณะกรรมการ ตามข้อ ๓๒ และข้อ ๓๙ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ที่มีชั้นยศตั้งแต่
พันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี ขึ้นไป ๕. การซื้อหรือจ้างทำสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ ให้จัดซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการ หรือองค์การใน ความควบคุม ของกระทรวง กลาโหมที่ทำผลิตขึ้นเองหรือจัดหาไว้จำหน่าย ยกเว้นสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อหรือจ้างในคราวใดมีหลักฐานว่า ไม่มีหรือมีจำนวน ไม่พอ หรือไม่ สามารถรับจ้างทำได้ ก็ให้ซื้อหรือจ้างจากที่อื่นหรือซื้อเพิ่มเติมเฉพาะในคราวนั้น ๆ ตามความจำเป็น หรือเมื่อส่วน ราชการนั้น มีที่ตั้งอยู่นอกกรุงเทพมหานคร และในท้องถิ่นนั้นไม่มีตัวแทนจำหน่ายสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ของส่วนราชการ หรือ องค์การดังกล่าว หากเป็นสิ่ง ของหรือผลิตภัณฑ์ที่มีวงเงินในการจัดซื้อคราวนั้น ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐.- บาท ก็อนุญาตให้จัดหาในท้องถิ่น นั้นได้ แต่ทั้งนี้ มิได้หมายรวมถึง สิ่งของ หรือผลิตภัณฑ์ซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ๖. การซื้อหรือจ้าง โดยวิธีพิเศษกรณีเร่งด่วน การรายงานเสนอขออนุมัติผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ให้ชี้แจงเหตุผล ที่ต้อง กระทำ โดยเร่งด่วนเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย สำหรับการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ กรณีเป็นพัสดุ เพื่อใช้ในราชการลับ หรือเป็นงาน ที่ต้อง ปกปิดเป็นความลับของทางราชการนั้น ให้รายงานเป็นเรื่องลับเสนอขออนุมัติต่อผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ๗. การซื้อข้าวสาร ข้าวเปลือก เชื้อเพลิง อาหารและสิ่งอื่นๆ ในการประกอบอาหารและอาหารสัตว์ ให้หัวหน้าส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่มีเงินประมาณ และหรือเงินนอกงบประมาณมีอำนาจสั่งซื้อได้โดยไม่จำกัดวงเงิน แต่ต้องไม่เกินงบประมาณที่มีอยู่ และให้ ดำเนินการจัดซื้อตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ เว้นแต่การจัดซื้อ โดยวิธีพิเศษจะต้อง ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจสั่งซื้อตามที่กำหนดไว้ใน ผนวก ก. ท้ายคำสั่งนี้ ๘. อำนาจการสั่งซื้อ การสั่งจ้าง การสั่งจ้างที่ปรึกษา หรือการสั่งจ้างออกแบบและควบคุมงานตามที่กำหนดได้ในข้อ ๖๕, ๖๖, ๖๗, ๙๑ และข้อ ๑๑๔ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ผู้บังคับบัญชาตำแหน่งต่าง ๆ ตาม ผนวก ก.หรือ ผนวก ข. ท้ายคำสั่งนี้ เป็นผู้มีอำนาจสั่งการภายในวงเงินที่กำหนดไว้ ถ้าผู้มีอำนาจสั่งการตามวรรคแรกเห็นเป็นการสมควร จะมอบ อำนาจการสั่งการนั้นก็ได้ หรือในกรณีที่มีผู้มีอำนาจสั่งการตาม วรรคแรกนั้น ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ให้ผู้รักษาราชการ แทนหรือผู้ทำการแทน เป็นผู้สั่งการได้ ทั้งนี้ โดยปฏิบัติตามนัย ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งการและประชาสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๗ สำหรับอำนาจการสั่งซื้อ การสั่งจ้าง การสั่งจ้างที่ปรึกษา และ การสั่งจ้างออกแบบและควบคุมงานตาม ผนวก ก.และ ผนวก ข. ท้ายคำสั่งนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม สมุหราชองค์รักษ์,ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการ ทหารอากาศ จะกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมีอำนาจต่ำกว่าที่กำหนดไว้ก็ให้กระทำได้ ๙. การทำสัญญาซื้อ สัญญาจ้าง สัญญาจ้างที่ปรึกษา สัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงาน หรือสัญญาอื่นใดซึ่ง เป็นการดำเนิน การตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ ของส่วนราชการที่ไม่เป็นนิติบุคคล ต้องทำสัญญาในนามของส่วน ราชการต้นสังกัดที่เป็นนิติบุคคล ๑๐. การอนุมัติแก้ไขสัญญา หรือข้อตกลง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๑๓๖ แห่งระเบียบสำนักนายก รัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชา การทหารเรือ , ผู้บัญชาการทหารอากาศ แต่ถ้ามีการเพิ่มวงเงินทำให้วงเงินนั้นสูงเกินอำนาจสั่งการของหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง กลาโหม ๑๑. การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนดไว้ในข้อ ๑๓๙ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้เป็นอำนาจของผู้สั่งซื้อ ผู้สั่งจ้างผู้สั่งจ้างที่ปรึกษา หรือผู้สั่งจ่งออกแบบและควบคุมงาน แล้วแต่กรณีเป็นผู้อนุมัติ ส่วนในรายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้สั่งซื้อ ผู้สั่งจ้าง หรือ ผู้สั่งจ้างที่ปรึกษาให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงกลาโหม ๑๒. ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกองเรือผู้บัญชาการกองพลบิน หรือเทียบเท่าขึ้นไป มีอำนาจใน การสั่งการเกี่ยวกับการเช่า การยืม การจำหน่าย ตามที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ กำหนดไว้ เว้นแต่การโอน ตามข้อ ๑๕๓ (๓) แห่งระเบียบดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับทหารว่าด้วยการโอนพัสดุของราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๐ ๑๓. อำนาจอนุมัติการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญตามนัยข้อ ๑๕๙ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และการจำหน่ายยุทธภัณฑ์เป็นสูญให้ผู้บังคับบัญชาตำแหน่งต่าง ๆ ตามผนวก ค. ท้ายคำสั่ง เป็นผู้อนุมัติ ๑๔. การพิจารณาหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งในกรณีที่พัสดุชำรุด เสื่อมคุณภาพสูญหาย หรือขาดบัญชี ให้ปฏิบัติตามนัยข้อ ๑๖๑ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ.๒๕๒๘ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๓๙ (ลงชื่อ) พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ (ชวลิต ยงใจยุทธ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม |